ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
คำสั่งที่ดีไม่ได้ยาวกว่า แต่มันบอกครบสี่อย่าง
ลองนึกภาพเด็กฝึกงานคนใหม่ที่มาวันแรก เก่งมาก อ่านเร็วมาก พิมพ์เร็วมาก แต่ไม่รู้จักที่ทำงานคุณเลยสักนิด ไม่รู้ว่าลูกค้าชื่ออะไร ไม่รู้ว่ารายงานของที่นี่หน้าตาแบบไหน แล้วคุณเดินไปบอกเขาว่า ช่วยจัดไฟล์ให้หน่อย เขาจัดให้จริง จัดสวยด้วย แต่จัดตามที่เขาเคยเห็นมาจากที่อื่น ไม่ใช่แบบที่ทำงานคุณใช้ พอคุณบอกว่าไม่ใช่แบบนี้ เขาก็ทำใหม่ ผิดอีก ทำใหม่อีก หมดไปสามรอบ ทั้งที่ถ้าบอกครบตั้งแต่แรก รอบเดียวก็จบ ข้อความที่เราพิมพ์สั่ง AI มีชื่อเรียกของมันอยู่ ในวงการเขาเรียกว่า prompt ทั้งเล่มนี้จะเรียกว่าคำสั่งเฉย ๆ เพราะอ่านง่ายกว่า แต่ถ้าคุณไปเจอคำนั้นที่อื่นให้รู้ว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน สิ่งที่ต้องรู้คือคำสั่งที่ใช้ได้จริงกับงานไฟล์ มีโครงตายตัวอยู่สี่ส่วน สี่ส่วนนั้นคือ บริบท งานที่ต้องการ รูปแบบผลลัพธ์ และข้อห้าม สามส่วนแรกมีอยู่ในทุกที่ที่สอนเรื่องนี้ ส่วนที่สี่คือส่วนที่เล่มนี้ให้น้ำหนักมากที่สุด เพราะเครื่องมือตัวนี้แตะไฟล์จริงในเครื่องคุณได้ ข้อห้ามเลยไม่ใช่ของประดับ มันคือรั้ว ก่อนจะดูสูตร ลองพิมพ์แบบที่ไม่มีสูตรดูก่อน เพื่อให้เห็นด้วยตัวเองว่ามันเสียเวลาตรงไหน
ช่วยจัดไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ให้หน่อยพิมพ์แค่บรรทัดเดียวนี้ใส่โฟลเดอร์ซ้อมของคุณจริง ๆ อย่าเพิ่งอ่านต่อ แล้วนับดูว่ากว่าจะได้ของที่เอาไปใช้ได้จริง คุณต้องพิมพ์ตามหลังไปอีกกี่รอบ และในกี่รอบนั้นมีรอบไหนบ้างที่คุณต้องบอกเรื่องที่ตัวเองรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก
สิ่งที่คุณจะได้กลับมา และเหตุผลที่มันใช้ไม่ได้
- มันเดาแทนคุณทั้งหมดคำว่าจัด แปลได้สิบแบบ แยกตามลูกค้า แยกตามปี แยกตามชนิดไฟล์ มันเลือกมาให้หนึ่งแบบ ทั้งที่คุณไม่ใช่คนเลือก แล้วคุณต้องมานั่งรื้อกลับเอง
- ไม่มีรูปแบบ ก็ตรวจไม่ได้คุณไม่ได้บอกว่าอยากได้หน้าตาแบบไหน พอของออกมาคุณเลยตัดสินไม่ได้ว่าถูกหรือผิด ได้แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ แล้วก็บอกกลับไปไม่ได้ว่าให้แก้ตรงไหน
- ไม่มีข้อห้าม เท่ากับอนุญาตทุกอย่างในหน้าต่างแชต คำสั่งกำกวมทำให้ได้คำตอบมั่ว แต่กับเครื่องมือที่แตะไฟล์ได้ คำสั่งกำกวมทำให้ไฟล์จริงขยับ ความต่างอยู่ตรงนี้ทั้งหมด
- แก้ทีหลังแพงกว่าบอกตั้งแต่แรกสามบรรทัดที่คุณขี้เกียจพิมพ์ตอนต้น กลายเป็นการพิมพ์แก้อีกสามรอบตอนท้าย แถมรอบสุดท้ายคุณยังต้องเปิดไฟล์ไล่ตรวจเองอีกว่ามันไปแตะอะไรไว้บ้าง
เทมเพลตเปล่า ก๊อปเก็บไว้ในโน้ต แล้วเติมช่องว่างทุกครั้งที่จะสั่งงาน
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เก็บ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่ฉันทำ] - คนที่จะเอาผลไปใช้ต่อคือ [ใครเอาผลไปใช้ต่อ] งานที่ต้องการ [บอกเป็นประโยคเดียวว่าให้ทำอะไร กับไฟล์ไหน] รูปแบบผลลัพธ์ - [หน้าตาของสิ่งที่อยากได้ เช่น ตารางกี่ช่อง ชื่อช่องว่าอะไร] - [ความยาวที่รับได้ และภาษาที่ต้องใช้] - ให้เขียนผลลงไฟล์ใหม่ชื่อ [ชื่อไฟล์ที่จะให้เขียน] ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิม งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - [ข้อห้ามเฉพาะงานนี้] - ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริง ห้ามเขียน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามฉันก่อน อย่าเดา
ช่องที่ต้องเติมเอง
- [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร]
- สำเนาโฟลเดอร์สัญญาผู้ขายของฝ่ายจัดซื้อ มีไฟล์เอกสารกับไฟล์สแกนปนกันราวสี่สิบไฟล์
- [งานที่ฉันทำ]
- ธุรการฝ่ายจัดซื้อ ดูแลสัญญาผู้ขายและเอกสารประกวดราคา
- [ใครเอาผลไปใช้ต่อ]
- หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ ที่จะเอาไปใช้ในที่ประชุมเช้าวันจันทร์
- [บอกเป็นประโยคเดียวว่าให้ทำอะไร กับไฟล์ไหน]
- อ่านสัญญาทุกฉบับในโฟลเดอร์นี้ แล้วทำตารางวันหมดอายุของแต่ละฉบับ
- [หน้าตาของสิ่งที่อยากได้ เช่น ตารางกี่ช่อง ชื่อช่องว่าอะไร]
- ตารางสี่ช่อง ชื่อคู่สัญญา วันเริ่ม วันหมดอายุ และชื่อไฟล์ต้นทาง
- [ความยาวที่รับได้ และภาษาที่ต้องใช้]
- ไม่เกินหนึ่งหน้า ภาษาไทยล้วน วันที่เขียนแบบ วัน เดือน ปี พ.ศ.
- [ชื่อไฟล์ที่จะให้เขียน]
- ตารางวันหมดอายุสัญญา.md
- [ข้อห้ามเฉพาะงานนี้]
- ห้ามเดาวันหมดอายุจากชื่อไฟล์ ต้องอ่านจากในตัวเอกสารเท่านั้น
ผลที่ควรได้
เทมเพลตนี้ยังใช้สั่งงานไม่ได้จนกว่าจะเติมครบทุกช่อง สิ่งที่ควรได้หลังเติมคือคำสั่งที่คนอื่นในทีมอ่านแล้วเข้าใจว่าคุณต้องการอะไร โดยไม่ต้องถามคุณเพิ่มสักคำ ลองวัดง่าย ๆ ด้วยการเอาไปให้เพื่อนร่วมงานอ่าน ถ้าเขาถามกลับว่าตกลงอยากได้อะไร แปลว่าส่วนงานที่ต้องการยังไม่ชัด ถ้าเขาถามว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ แปลว่าส่วนบริบทยังขาด และถ้าพอสั่งจริงแล้วมันตอบค้างอยู่ในหน้าจอโดยไม่มีไฟล์ใหม่โผล่ ให้พิมพ์กลับไปว่า ขอให้เขียนลงไฟล์ตามชื่อที่บอกไว้ในคำสั่งด้วย
เติมทีละส่วน วิธีคิดของแต่ละช่อง
- 1
บริบท คือสิ่งที่คนมาใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่มงาน
สามบรรทัดพอแล้ว โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร คุณทำงานอะไร และใครเอาผลไปใช้ต่อ บรรทัดที่สามสำคัญกว่าที่คิด เพราะรายงานที่ส่งหัวหน้ากับรายงานที่ส่งลูกค้า หน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด
- 2
งานที่ต้องการ ต้องเหลือคำกริยาเดียว
ประโยคเดียว กริยาเดียว เช่น อ่าน หรือ รวม หรือ เทียบ ถ้าเขียนออกมาแล้วมีคำว่า แล้วก็ อยู่ตรงกลางสองครั้ง แปลว่านั่นคือสามงาน ให้แยกสั่งทีละงาน คุณจะตรวจง่ายขึ้นมาก และจับจุดที่พลาดได้เร็วขึ้นด้วย
- 3
รูปแบบผลลัพธ์ คือของที่ทำให้คุณตรวจงานได้
บอกหน้าตาให้ชัดถึงขั้นที่คุณวาดในหัวออก ตารางกี่ช่อง ชื่อช่องว่าอะไร ยาวเท่าไร และที่ขาดไม่ได้ในเล่มนี้คือบอกว่าให้เขียนลงไฟล์ชื่ออะไร ไม่งั้นมันจะตอบค้างอยู่ในหน้าจอเฉย ๆ แล้วคุณก็กลับไปเสียเวลาก๊อปไปวางเหมือนเดิม
- 4
ข้อห้าม ต้องมีสามข้อนี้ติดไปทุกครั้ง
หนึ่ง ห้ามแตะไฟล์เดิม ให้เขียนลงไฟล์ใหม่ สอง ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริงห้ามเขียน สาม ไม่แน่ใจให้ถามก่อน อย่าเดา สามข้อนี้ก๊อปติดไปได้ทุกคำสั่งโดยไม่ต้องคิดใหม่ ส่วนข้อที่สี่ค่อยเขียนเฉพาะงานนั้น
ตัวอย่างที่เติมครบแล้ว งานจริงหนึ่งชุด
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เก็บสำเนาสัญญาผู้ขายของฝ่ายจัดซื้อ มีไฟล์เอกสารกับไฟล์สแกนปนกันราวสี่สิบไฟล์ - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันเป็นธุรการฝ่ายจัดซื้อ ดูแลสัญญาผู้ขายและเอกสารประกวดราคา - คนที่จะเอาผลไปใช้ต่อคือหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ ที่จะเอาเข้าที่ประชุมเช้าวันจันทร์ งานที่ต้องการ อ่านสัญญาทุกฉบับในโฟลเดอร์นี้ แล้วทำตารางวันหมดอายุของแต่ละฉบับ รูปแบบผลลัพธ์ - ตารางสี่ช่อง ชื่อคู่สัญญา วันเริ่ม วันหมดอายุ และชื่อไฟล์ต้นทาง - เรียงจากฉบับที่หมดอายุเร็วที่สุดขึ้นก่อน - ไม่เกินหนึ่งหน้า ภาษาไทยล้วน วันที่เขียนแบบ วัน เดือน ปี พ.ศ. - ให้เขียนผลลงไฟล์ใหม่ชื่อ ตารางวันหมดอายุสัญญา.md ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิม งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - ห้ามเดาวันหมดอายุจากชื่อไฟล์ ต้องอ่านจากในตัวเอกสารเท่านั้น - ฉบับไหนสแกนมาแล้วอ่านไม่ชัด ให้เขียนว่าอ่านไม่ออกในช่องนั้น - ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริง ห้ามเขียน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามฉันก่อน อย่าเดา
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องเกิดคือมันไล่เปิดสัญญาให้ดูทีละฉบับ แล้วขึ้นกล่องถามคุณตอนจะเขียนไฟล์ใหม่ พอตกลงแล้วจะมีไฟล์ ตารางวันหมดอายุสัญญา.md โผล่ขึ้นมาในแถบรายชื่อไฟล์ทางซ้าย เปิดอ่านแล้วต้องมีสี่ช่องครบตามที่สั่ง และมีอย่างน้อยหนึ่งบรรทัดที่เขียนว่าอ่านไม่ออก ถ้าทุกบรรทัดสวยเรียบร้อยไปหมดทั้งที่ในกองมีไฟล์สแกนอยู่ ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามันเดา แล้วพิมพ์กลับไปว่า บอกฉันมาทีละฉบับว่าวันหมดอายุนั้นอ่านมาจากหน้าไหนของเอกสาร
ทำสองแบบ ได้ผลคนละแบบ
พิมพ์บรรทัดเดียวว่าช่วยจัดไฟล์ให้หน่อย
- มันเลือกวิธีจัดให้เอง แล้ววิธีนั้นก็ไม่ใช่แบบที่ทำงานคุณใช้
- ได้ผลออกมาแล้วตัดสินไม่ได้ว่าถูกหรือผิด เพราะไม่เคยบอกว่าถูกคือหน้าตาแบบไหน
- ไม่มีข้อห้าม มันเลยแก้ไฟล์เดิมได้ตามที่มันเห็นควร
- จบด้วยการพิมพ์แก้อีกสามรอบ แล้วยังต้องไล่เปิดไฟล์ตรวจเองว่ามันไปแตะอะไรไว้
พิมพ์ครบสี่ส่วนตั้งแต่รอบแรก
- บริบทสามบรรทัดทำให้มันเลือกวิธีที่ตรงกับงานคุณตั้งแต่รอบแรก
- รูปแบบผลลัพธ์ที่เขียนไว้ กลายเป็นรายการตรวจงานให้คุณใช้ทันที
- ข้อห้ามเรื่องไฟล์กันไม่ให้ของเดิมขยับ ต่อให้มันเข้าใจงานผิด
- เก็บไว้ใช้ซ้ำเดือนหน้าได้เลย เปลี่ยนแค่ช่องที่เปลี่ยนจริง
4ส่วน
บริบท งานที่ต้องการ รูปแบบผลลัพธ์ ข้อห้าม ขาดส่วนไหนไป คำตอบที่ได้กลับมาจะบอกคุณเองทันทีว่าขาดส่วนนั้น
แบบฝึกหัดก่อนไปบทถัดไป
- ทำเอาเทมเพลตเปล่าไปเติมกับงานจริงที่ค้างอยู่ในโฟลเดอร์สำเนาของคุณหนึ่งงาน แล้วสั่งจริง หลังได้ผลกลับมา ให้ลบส่วนบริบทออกแล้วสั่งซ้ำอีกครั้งด้วยคำสั่งที่เหลือ เทียบสองคำตอบดูว่าต่างกันแค่ไหน
- จดจดข้อห้ามสามข้อประจำลงในโน้ตมือถือแยกไว้อีกที่หนึ่ง ห้ามแตะไฟล์เดิม ข้อไหนไม่มีที่มาห้ามเขียน ไม่แน่ใจให้ถามก่อน สามบรรทัดนี้คือของที่คุณจะใช้บ่อยที่สุดในทั้งเล่ม
- สังเกตสังเกตว่าตอนคำสั่งมีรูปแบบผลลัพธ์เขียนไว้ชัด คุณตรวจงานเสร็จเร็วกว่ามาก เพราะคุณแค่ไล่เทียบทีละข้อว่าครบไหม ไม่ต้องนั่งคิดว่าตกลงตัวเองอยากได้อะไร