ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
แชตช่วยคุณคิดได้ แต่มันหยิบไฟล์ในเครื่องคุณไม่ได้
เปิดโฟลเดอร์งานของคุณขึ้นมาดูสักโฟลเดอร์ โฟลเดอร์ที่ทีมใช้ร่วมกันมาสองสามปี ในนั้นมีไฟล์ชื่อ ฉบับล่าสุด อยู่สามไฟล์ มีไฟล์ที่ลงท้ายว่า แก้แล้ว กับ แก้แล้วจริง อยู่คนละที่ และไม่มีใครในทีมตอบได้ว่าอันไหนคืออันที่ใช้ส่งลูกค้า คนที่ใช้ AI เป็นแล้วจะแก้ปัญหานี้แบบเดียวกันหมด คือเปิดหน้าต่างแชต ก๊อปชื่อไฟล์ทั้งหมดไปวาง แล้วขอให้ช่วยจัดกลุ่มให้หน่อย สิ่งที่ได้กลับมาคือคำตอบที่อ่านแล้วเข้าท่ามาก จัดกลุ่มสวย เรียงลำดับดี แล้วคุณก็นั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์เองทีละอันตามที่มันบอก หมดไปอีกหนึ่งชั่วโมง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำตอบ คำตอบดีอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่คำตอบนั้นค้างอยู่ในหน้าจอ ส่วนไฟล์ของคุณยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรขยับสักไฟล์ หน้าต่างแชตมองไม่เห็นเครื่องคุณ มันเห็นแค่สิ่งที่คุณก๊อปไปวางให้ดู และมันเขียนอะไรลงเครื่องคุณไม่ได้เลย บทนี้จะพาคุณข้ามเส้นนั้นภายใน 20 นาที ตั้งแต่เครื่องที่ยังไม่มีอะไร จนสั่งเป็นภาษาไทยหนึ่งประโยคแล้วมีไฟล์ใหม่โผล่ขึ้นมาในโฟลเดอร์จริง ๆ ไฟล์ที่คุณเปิดดูได้ ส่งต่อให้คนอื่นได้ ไม่ใช่ข้อความในหน้าจอ อีกอย่างที่ควรรู้ไว้ก่อน ทั้งเล่มนี้เรียกข้อความที่เราพิมพ์สั่ง AI ว่า คำสั่ง เฉย ๆ แต่ในวงการเขาเรียกว่า prompt ถ้าคุณไปเจอคำนี้ที่อื่นให้รู้ว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน และบทที่ 3 จะสอนว่าคำสั่งที่ดีประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ลองพิมพ์แบบที่คนส่วนใหญ่พิมพ์กันก่อน เพื่อให้เห็นกับตาว่ามันติดตรงไหน
นี่คือชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์งานของฉัน ช่วยจัดกลุ่มและตั้งชื่อใหม่ให้เป็นระเบียบหน่อย
ใบเสนอราคา_ล่าสุด.docx
ใบเสนอราคา_ล่าสุด_แก้แล้ว.docx
ใบเสนอราคา ฉบับส่งลูกค้า.docx
Scan_20240311.pdf
IMG_2847.jpg
สรุปประชุม.docx
สรุปประชุม(1).docxเปิดหน้าต่างแชตที่คุณใช้อยู่ ก๊อปอันนี้ไปวางจริง อย่าเพิ่งอ่านต่อ ให้เห็นคำตอบที่มันส่งกลับมาก่อน แล้วถามตัวเองว่าหลังจากอ่านคำตอบนั้นจบ ไฟล์ในเครื่องคุณเปลี่ยนไปกี่ไฟล์
สิ่งที่คุณจะได้กลับมา และเหตุผลที่มันใช้ไม่ได้
- ได้คำตอบ ไม่ได้งานมันจัดกลุ่มให้สวยมาก บอกด้วยว่าควรตั้งชื่อใหม่ว่าอะไร แต่ทุกอย่างอยู่ในหน้าจอ ไฟล์ในเครื่องคุณยังชื่อเดิมทุกไฟล์ งานที่เหลือคือคุณเปลี่ยนเอง
- มันไม่รู้ว่าข้างในเขียนอะไรมันเห็นแค่ชื่อไฟล์ที่คุณก๊อปไปให้ มันเปิดไฟล์ไม่ได้ ตอบไม่ได้ว่าใบเสนอราคาสามฉบับนั้นต่างกันตรงไหน ทั้งที่นั่นคือคำถามเดียวที่คุณอยากรู้จริง ๆ
- ทำได้ทีละกำมือเจ็ดไฟล์ยังพอก๊อปไหว โฟลเดอร์จริงของคุณมีสามร้อยไฟล์ ก๊อปชื่อไปวางอย่างเดียวก็หมดไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
- พรุ่งนี้ต้องเริ่มใหม่เดือนหน้าโฟลเดอร์รกอีกรอบ คุณต้องก๊อปไปวางใหม่ทั้งหมด เพราะไม่มีอะไรถูกเก็บไว้ในเครื่องคุณเลย
ลงเครื่องมือให้เสร็จ 3 ขั้น ใช้เวลาราว 10 นาที
- 1
ลงโปรแกรมชื่อ VS Code ก่อน
โหลดจากเว็บของเขาแล้วติดตั้งตามปกติ เหมือนลงโปรแกรมทั่วไป ตัวนี้เป็นแค่หน้าต่างที่เอาไว้ใส่เครื่องมือของเรา คุณไม่ต้องเรียนใช้มันเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งเล่มนี้ใช้แค่สองส่วนของหน้าจอเท่านั้น
- 2
ในหน้าต่างนั้น หาแถบเครื่องมือเสริมทางซ้ายมือ แล้วค้นคำว่า Claude Code
แถบด้านซ้ายมีไอคอนเรียงกันอยู่หลายอัน อันที่เป็นรูปกล่องต่อกันคือที่รวมส่วนเสริม กดเข้าไปแล้วพิมพ์ค้นในช่องบนสุด ตัวที่ถูกต้องคือตัวที่ผู้พัฒนาเป็น Anthropic กดปุ่มติดตั้งข้างชื่อมันได้เลย
- 3
เปิดหน้าต่างของมันขึ้นมา แล้วเข้าสู่ระบบ
พอติดตั้งเสร็จจะมีหน้าต่างใหม่โผล่มาที่ขอบขวาของจอ กดปุ่มเข้าสู่ระบบในหน้าต่างนั้น มันจะเปิดเบราว์เซอร์ให้ล็อกอิน ล็อกอินเสร็จแล้วกลับมาที่หน้าต่างเดิม จะเห็นช่องพิมพ์ข้อความรออยู่
- 4
ถ้าค้างตรงไหน ให้ข้ามไปทำขั้นถัดไปก่อนแล้วค่อยกลับมา
ขั้นที่คนติดบ่อยที่สุดคือขั้นเข้าสู่ระบบ เพราะเครื่องมือตัวนี้ใช้ฟรีไม่ได้เหมือนหน้าต่างแชต ต้องมีบัญชีแบบเสียเงินหรือเติมเงินไว้ก่อน ไปดูเงื่อนไขปัจจุบันที่หน้าเว็บของเขา แล้วถ้ายังลังเลว่าคุ้มไหม ข้ามไปอ่านบทที่ 27 ก่อนได้ บทนั้นสอนวิธีคิดด้วยตัวเลขงานของคุณเอง
ทำโฟลเดอร์ซ้อมก่อน อย่าเพิ่งเอาของจริง
- 1
สร้างโฟลเดอร์ใหม่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตั้งชื่อว่า ซ้อม
ชื่ออะไรก็ได้ที่คุณจำได้ ขอแค่เป็นโฟลเดอร์ใหม่ที่ยังไม่มีอะไรอยู่ข้างใน จะได้ไม่ปนกับของจริง
- 2
ก๊อปไฟล์จากโฟลเดอร์งานจริงมาใส่สัก 10 ไฟล์
ก๊อปนะ ไม่ใช่ย้าย เลือกไฟล์ที่รกที่สุด ชื่อสับสนที่สุด เพราะนั่นคือของที่จะโชว์ประโยชน์ได้ชัดที่สุด และเลี่ยงไฟล์ที่มีเงินเดือน เลขบัตรประชาชน หรือสัญญาลูกค้าไว้ก่อน เรื่องนั้นมีบทที่ 22 รออยู่
- 3
ในหน้าต่าง VS Code สั่งเปิดโฟลเดอร์ซ้อมนั้น
ใช้เมนู File แล้วเลือกคำสั่งเปิดโฟลเดอร์ ชี้ไปที่โฟลเดอร์ซ้อม พอเปิดแล้วคุณจะเห็นรายชื่อไฟล์ทั้งหมดเรียงอยู่แถบซ้าย นั่นคือสิ่งที่คุณต้องมองตลอดเวลาที่สั่งงาน
- 4
ดูป้ายบอกโหมดที่มุมซ้ายล่างของกรอบช่องพิมพ์
ในกรอบช่องที่คุณจะพิมพ์คำสั่ง มุมซ้ายล่างมีป้ายเล็ก ๆ บอกว่าตอนนี้อยู่โหมดไหน โหมดเริ่มต้นคือโหมดที่ถามคุณก่อนทุกครั้งที่จะแก้ไฟล์ ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ ถูกแล้ว บทที่ 23 จะอธิบายโหมดที่เหลือให้ครบ
คำสั่งแรกของคุณ ก๊อปไปวางในช่องพิมพ์ได้เลย
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้คือ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่คุณทำ] - คนที่จะอ่านสารบัญนี้คือ [ใครจะอ่าน] งานที่ต้องการ อ่านไฟล์ทุกไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ แล้วเขียนสารบัญหนึ่งหน้าเก็บไว้เป็นไฟล์ใหม่ชื่อ สารบัญ.md รูปแบบผลลัพธ์ - ทำเป็นตาราง 4 ช่อง คือ ชื่อไฟล์ ไฟล์นี้คืออะไร แก้ครั้งล่าสุดเมื่อไร และซ้ำกับไฟล์ไหน - ช่องที่บอกว่าไฟล์นี้คืออะไร ให้เขียนเป็นภาษาคนไม่เกินหนึ่งบรรทัด จากเนื้อข้างในไฟล์จริง ไม่ใช่จากชื่อไฟล์ - ถ้าเจอไฟล์ที่เนื้อหาใกล้เคียงกัน ให้จับคู่ไว้ในช่องสุดท้าย และบอกว่าฉบับไหนใหม่กว่า - ปิดท้ายด้วยหัวข้อชื่อ สิ่งที่ฉันเห็นแล้วสะดุด ไม่เกิน 5 บรรทัด ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิมแม้แต่ไฟล์เดียว งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - ไฟล์ไหนเปิดอ่านไม่ได้หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ให้เขียนว่าอ่านไม่ออก ห้ามเดาว่ามันคืออะไร - ถ้าไม่แน่ใจว่าสองไฟล์ซ้ำกันจริงไหม ให้ถามฉันก่อน อย่าตัดสินเอง
ช่องที่ต้องเติมเอง
- [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร]
- สำเนาของโฟลเดอร์งานลูกค้าปีนี้ มีใบเสนอราคา สรุปประชุม และรูปหน้างานปนกันอยู่
- [งานที่คุณทำ]
- ประสานงานขาย ดูแลลูกค้าองค์กร 20 ราย ทำใบเสนอราคาและสรุปประชุมเป็นหลัก
- [ใครจะอ่าน]
- ตัวฉันเองกับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่ใช้โฟลเดอร์นี้ด้วยกัน
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องเกิดคือมันไล่เปิดไฟล์ให้ดูทีละไฟล์บนหน้าจอ แล้วขึ้นกล่องถามคุณว่าจะให้เขียนไฟล์ใหม่ไหม กดเลือกข้อที่แปลว่าตกลง แล้วรอสักครู่ พอเสร็จให้ไปดูที่แถบรายชื่อไฟล์ทางซ้าย จะมีไฟล์ชื่อ สารบัญ.md โผล่ขึ้นมาใหม่ นั่นคือหลักฐานว่าไฟล์ในเครื่องคุณเปลี่ยนจริง ถ้ามันตอบเป็นข้อความในหน้าจอเฉย ๆ โดยไม่มีไฟล์ใหม่โผล่ ให้พิมพ์กลับไปว่า ขอให้เขียนลงไฟล์ชื่อ สารบัญ.md ในโฟลเดอร์นี้ด้วย และถ้ามันเขียนว่าไฟล์ไหนคืออะไรโดยเดาจากชื่อไฟล์ล้วน ๆ ให้พิมพ์กลับไปว่า เปิดอ่านข้างในไฟล์ก่อนแล้วเขียนใหม่
ตรวจสามอย่างนี้ก่อนจะเชื่อว่ามันทำถูก
- 1
เปิดโฟลเดอร์ซ้อมในเครื่องคุณเอง ไม่ใช่ดูในหน้าจอของเครื่องมือ
ไปที่โฟลเดอร์ซ้อมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามปกติ ไฟล์ สารบัญ.md ต้องอยู่ตรงนั้น ดับเบิลคลิกเปิดอ่านได้ นี่คือความต่างทั้งหมดของเล่มนี้ ในหนึ่งประโยค
- 2
สุ่มเปิดไฟล์จริงมาสองไฟล์ แล้วเทียบกับที่มันเขียนไว้
เลือกสองไฟล์ที่มันสรุปไว้ เปิดของจริงมาอ่าน ถ้าตรงกันทั้งสองไฟล์ ค่อยเชื่อที่เหลือ ถ้าไม่ตรงแม้แต่ไฟล์เดียว ให้พิมพ์บอกมันว่าไฟล์ไหนผิดตรงไหน แล้วให้เขียนใหม่
- 3
นับว่าไฟล์เดิมยังครบ 10 ไฟล์เท่าเดิมไหม
ข้อห้ามข้อแรกบอกว่าห้ามแตะของเดิม ถ้าจำนวนไฟล์เปลี่ยนไปแปลว่ามันทำเกินคำสั่ง ให้กดถอยกลับตามที่บทที่ 4 สอน แล้วสั่งใหม่
- 4
เก็บคำสั่งนี้ไว้ในโน้ต
คำสั่งเดียวกันนี้ใช้ได้กับทุกโฟลเดอร์ที่คุณอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ เปลี่ยนแค่สามบรรทัดบนสุด บทที่ 18 จะสอนวิธีเก็บให้เรียกใช้ได้ด้วยคำเดียว
งานเดียวกัน ทำสองแบบ ได้ผลคนละแบบ
ก๊อปชื่อไฟล์ไปวางในหน้าต่างแชต
- มันเห็นแค่ชื่อไฟล์ ตอบไม่ได้ว่าข้างในเขียนอะไร
- ได้คำแนะนำที่ดี แต่ต้องมานั่งทำเองทุกไฟล์
- เจ็ดไฟล์พอไหว สามร้อยไฟล์ก๊อปไม่ไหว
- จบแล้วไม่เหลืออะไรในเครื่อง เดือนหน้าเริ่มใหม่
ชี้โฟลเดอร์ให้เครื่องมือดูเอง
- มันเปิดอ่านข้างในทุกไฟล์เอง บอกได้ว่าสามฉบับนั้นต่างกันตรงไหน
- ได้ไฟล์สารบัญโผล่มาในโฟลเดอร์จริง เปิดอ่านและส่งต่อได้ทันที
- สามร้อยไฟล์ก็คำสั่งเดียวเท่ากัน
- ไฟล์สารบัญอยู่ในโฟลเดอร์ เดือนหน้าสั่งให้อัพเดตต่อได้เลย
20นาที
ตั้งแต่เครื่องที่ยังไม่มีอะไร จนมีไฟล์ที่เครื่องมือเขียนขึ้นเองอยู่ในโฟลเดอร์ของคุณ
แบบฝึกหัดก่อนไปบทถัดไป
- ทำสั่งคำสั่งเดิมซ้ำอีกครั้ง แต่เปลี่ยนบรรทัดสุดท้ายของรูปแบบผลลัพธ์เป็น ปิดท้ายด้วยรายการไฟล์ที่ควรทิ้งได้ พร้อมเหตุผลบรรทัดเดียว แล้วดูว่าคำตอบเปลี่ยนไปแค่ไหนจากการแก้บรรทัดเดียว
- จดจดสามบรรทัดบนสุดของคำสั่งไว้ในโน้ตมือถือ คือโฟลเดอร์นี้เก็บอะไร คุณทำงานอะไร และใครจะอ่าน สามบรรทัดนี้ไม่เปลี่ยนเลยทั้งเล่ม พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องคิดใหม่
- สังเกตสังเกตว่าตอนมันจะเขียนไฟล์ใหม่ มันขึ้นกล่องถาม แต่ตอนมันเปิดอ่านไฟล์ มันไม่ถามเลยสักครั้ง ความต่างตรงนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ บทที่ 23 จะอธิบายว่าทำไม