เห็นภาพการเปลี่ยนแปลง
ลมที่มาก่อนสายฝน
จุดแรกที่เกือบทุกคนเดาผิด
- เราเรียกมันว่ากลิ่นฝน เลยคิดว่ามันคือกลิ่นของน้ำ
- แต่น้ำฝนที่รองใส่แก้วไว้ ดมแล้วไม่มีกลิ่นอะไรเลย
- กลิ่นนั้นมาจากพื้นที่ฝนไปตกใส่ ไม่ได้มาจากฝน
ตลอดหน้าแล้ง ดินไม่ได้ว่างเปล่า มันค่อย ๆ เก็บของที่ต้นไม้กับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในดินปล่อยทิ้งไว้ ลงไปในรูเล็ก ๆ ของมัน
แล้วเม็ดแรกก็ลงถึงพื้น
- 1
เม็ดฝนกดอากาศที่อยู่ในรูดินเอาไว้
อากาศหนีไม่ทัน เลยกลายเป็นฟองเล็ก ๆ ติดอยู่ใต้หยดน้ำ
- 2
ฟองนั้นลอยขึ้นมาแตกที่ผิวหยด
แตกทีหนึ่งก็ดีดละอองจิ๋วขึ้นไปในอากาศเป็นชุด
- 3
ละอองจิ๋วพาของที่ดินเก็บไว้ขึ้นไปด้วย
ตรงนี้เองที่กลิ่นออกจากดินขึ้นมาอยู่ในอากาศ
ละอองที่ดีดขึ้นมานั้นเล็กและเบามาก มันจึงลอยค้างอยู่ในอากาศได้นาน แล้วลมก็พามันไปทั้งอย่างนั้น
ทำไมฝนแรกของปีถึงหอมที่สุด
- ยิ่งแล้งนาน ดินยิ่งมีของสะสมไว้มาก
- ฝนแรกจึงดีดของทั้งกองนั้นขึ้นมาพร้อมกัน
- พอฝนตกทุกวัน ดินก็ไม่เหลืออะไรให้ดีดอีก
แล้วกลิ่นที่มาก่อนฝนตกล่ะ
- ตรงที่ฝนตกอยู่แล้ว ละอองกลิ่นถูกดีดขึ้นไปเรียบร้อย
- ลมใต้ก้อนเมฆพัดลงมาแล้วปัดมันมาข้างหน้า
- กลิ่นจึงมาถึงเราก่อนเม็ดฝนเสมอ ไม่ใช่ลางสังหรณ์
ถ้าเป็นพายุที่มีฟ้าผ่า จะมีกลิ่นอีกแบบมาด้วย กลิ่นแหลม ๆ คล้ายโลหะ นั่นคืออากาศที่เพิ่งถูกไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน
ทำไมบางที่ฝนตกแล้วไม่หอม
- กลิ่นนี้ต้องมีดินที่เก็บของไว้เป็นตัวตั้งต้น
- พื้นปูนกับถนนไม่มีอะไรให้เม็ดฝนดีดขึ้นมา
- ทุ่งกับป่าหลังฝนแรกจึงหอมกว่ากลางเมืองเสมอ
ทำไมจมูกเราถึงจับกลิ่นนี้เก่งจัง
- จมูกคนไวกับกลิ่นกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
- มีอยู่ในอากาศนิดเดียวเราก็รู้แล้ว
- และมันมาคู่กับฝนหลังแล้งเสมอ เราจึงจำมันได้
อยากลองเองตอนนี้เลยก็ได้
- หยิบก้อนดินแห้ง ๆ มาสักกำมือ
- พรมน้ำลงไปนิดเดียว แล้วดมทันที
- กลิ่นฝนจะมาเลย ทั้งที่ฟ้ายังไม่มีเมฆสักก้อน
กลิ่นฝนไม่ใช่กลิ่นของน้ำ มันคือกลิ่นของสิ่งที่รออยู่ในดินมาทั้งหน้าแล้ง และน้ำแค่ไปเคาะประตูให้มันออกมา



