เห็นภาพการเปลี่ยนแปลง
เทียนเล่มนี้กำลังหายไปต่อหน้าเรา
จุดแรกที่เกือบทุกคนเข้าใจสลับกัน
- เรามักคิดว่าไฟกำลังไหม้ไส้เทียนอยู่
- แต่ถ้าไส้ไหม้จริง เทียนคงหมดตั้งแต่นาทีแรก
- ไส้เป็นแค่หลอดดูด ของที่ไหม้จริงคือเนื้อเทียน
ความร้อนของเปลวแผ่ลงมาละลายเนื้อเทียนรอบไส้ จนกลายเป็นแอ่งเล็ก ๆ ที่ปลายเทียน
ของเหลวไต่ขึ้นไส้ได้เองยังไง
- 1
ไส้เทียนเต็มไปด้วยช่องเล็กจิ๋ว
มันคือเส้นด้ายที่ถักหลวม ๆ
- 2
ของเหลวถูกดึงเข้าไปในช่องแคบ
เหมือนกระดาษที่จุ่มมุมลงในน้ำ แล้วน้ำวิ่งขึ้นมาเอง
- 3
เทียนเหลวจึงขึ้นไปถึงปลายไส้
โดยไม่มีอะไรคอยปั๊มมันขึ้นไปสักตัว
จุดที่สอง — ของแข็งไม่เคยติดไฟตรง ๆ
- เอาไฟจ่อเนื้อเทียนที่เป็นก้อน มันจะไม่ติด
- เนื้อเทียนต้องร้อนจนกลายเป็นไอเสียก่อน
- สิ่งที่ไฟไหม้ได้จริง มีแค่ไอเท่านั้น
ถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นช่องมืดบาง ๆ คั่นอยู่ระหว่างไส้กับเปลว ตรงนั้นคือไอที่ยังไม่ได้ไหม้
แสงสีทองที่เราเห็น ไม่ใช่สีของไฟ แต่เป็นเม็ดเขม่าเล็กจิ๋วที่ร้อนจนเปล่งแสงออกมาเอง
แล้วทำไมเทียนถึงแทบไม่มีควัน
- เขม่าเกือบทั้งหมดถูกเผาจนหมดก่อนถึงยอดเปลว
- สิ่งที่ออกไปจึงเป็นอากาศร้อน ไม่ใช่ควัน
- แต่พอเปลวขาดอากาศ เขม่าจะรอดออกมาเป็นควันดำ
เนื้อเทียนที่หายไปไม่ได้หายไปไหน มันกลายเป็นไอน้ำกับอากาศร้อนที่ลอยขึ้นไปรอบตัวเรา
รูปทรงของเปลวไฟมาจากไหน
- 1
อากาศร้อนรอบเปลวเบากว่าอากาศเย็น
มันจึงถูกดันให้ลอยขึ้นตลอดเวลา
- 2
อากาศเย็นไหลเข้ามาแทนที่ด้านล่าง
พาอากาศใหม่มาเลี้ยงเปลวไปในตัว
- 3
การไหลนี้รีดเปลวให้เรียวขึ้นข้างบน
เอียงเทียนยังไง เปลวก็ยังชี้ขึ้นเสมอ
เอาแรงโน้มถ่วงออกไป อากาศร้อนก็ไม่ลอยขึ้นอีกต่อไป เปลวไฟจะกลายเป็นลูกกลมสีน้ำเงินจาง ๆ
เป่าเทียนดับแล้วรีบจ่อไฟที่ควันขาว ไฟจะวิ่งกลับลงไปติดที่ไส้เอง เพราะควันนั้นคือไอของเนื้อเทียน



